THE THRIVE CLUB จับมือ Giffarine–AESTHETA ต่อยอด Brand Experience สู่ Social Wellness Community ผ่าน “ROX & RESET”
THE THRIVE CLUB จับมือ Giffarine–AESTHETA ต่อยอด Brand Experience สู่ Social Wellness Community ผ่าน “ROX & RESET”


กรุงเทพฯ — 8 สิงหาคม 2569 — THE THRIVE CLUB ต่อยอดโมเดล Social Wellness Experience ผ่านงาน ROX & RESET ณ 1RM Bangna พร้อมผนึกกำลัง Giffarine และ AESTHETA Wellness & Aesthetic สร้าง Brand Experience ที่เชื่อมแบรนด์เข้ากับ Lifestyle และ Community ของผู้บริโภค ผ่านกลยุทธ์ MOVE · CONNECT · THRIVE
แนวคิดสำคัญของ ROX & RESET คือการเปลี่ยนพื้นที่ Event จากการเป็นเพียง Touchpoint ทางการตลาด สู่พื้นที่ที่ผู้บริโภคสามารถ Experience, Participate และ Share ประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ได้จริง
THE THRIVE CLUB จึงวางโครงสร้างงานให้ Brand Collaboration ถูกฝังอยู่ใน Consumer Journey ตั้งแต่ Movement, Recovery, Nutrition ไปจนถึง Social Interaction
จาก Sponsorship สู่ Experience Partnership

ภายในงาน Giffarine เชื่อมต่อกับกลุ่มเป้าหมายผ่านกิจกรรม ผลิตภัณฑ์ รวมถึงการทำงานร่วมกับ KOL และ Creator ขณะที่ AESTHETA Wellness & Aesthetic นำมิติของ Wellness, Longevity และ Preventive Health เข้ามาสร้างประสบการณ์ที่เชื่อมกับ Lifestyle ของกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่
คุณธอม–ทศวรรต ทะสุวร, Co-Founder & Head of Commercial, THE THRIVE CLUB กล่าวว่า
“พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปมาก การเห็น Logo หรือ Product Placement อย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป สิ่งที่สร้างความสัมพันธ์คือการได้มี Experience ร่วมกับแบรนด์จริง ๆ เราจึงมอง Partnership ตั้งแต่ต้นว่าแบรนด์จะเข้าไปอยู่ตรงไหนใน Journey ของผู้ร่วมงาน และ Experience นั้นจะต่อยอดไปสู่ Content และ Community อย่างไร”
เขากล่าวเพิ่มเติมว่า เป้าหมายของ THE THRIVE CLUB คือการพัฒนา Collaboration Model ที่สร้างคุณค่าทั้งสองฝั่ง — ผู้ร่วมงานได้รับประสบการณ์ที่ดี ขณะที่แบรนด์สามารถเชื่อมต่อกับกลุ่มเป้าหมายในบริบทที่ตรงกับ Lifestyle ของผู้บริโภคมากขึ้น

MOVE — สร้าง Engagement ผ่าน Participation
กิจกรรม ROX Race Challenge ถูกออกแบบให้ผู้เข้าร่วมหมุนเวียนทำกิจกรรมตามสถานี ก่อนเชื่อมต่อกับ Pilates & Mobility ทำให้ผู้ร่วมงานไม่ได้เป็นเพียง Audience แต่กลายเป็น Participant ของ Experience
คุณบุ๊คแบม–ชานิสา ชมเดช, Co-Founder & Head of Experience, THE THRIVE CLUB กล่าวว่า
“เราเริ่มออกแบบจาก Experience ของคนก่อน ไม่ได้เริ่มจากว่าจะต้องมีแบรนด์อยู่ตรงไหน ทุก Touchpoint ต้องรู้สึกเป็นธรรมชาติ ตั้งแต่ตอนเริ่ม Movement ไปจนถึง Recovery เมื่อ Experience ดี การเชื่อมต่อกับแบรนด์ก็จะเกิดขึ้นโดยไม่รู้สึกถูกยัดเยียด”
CONNECT — เปลี่ยน Event ให้เป็น Community Touchpoint

หลังจากกิจกรรมด้าน Movement ผู้เข้าร่วมยังสามารถใช้เวลาร่วมกันในพื้นที่ Recovery และ Reset Zone ทำให้ Journey ของงานไม่ได้จบเมื่อกิจกรรมออกกำลังกายสิ้นสุด แต่ต่อเนื่องเข้าสู่การสร้าง Connection ระหว่างผู้คน
องค์ประกอบดังกล่าวยังทำให้ KOL และ Creator ภายในงานสามารถสร้าง Content จาก Experience จริง ไม่ใช่เพียงการถือสินค้าถ่ายภาพ ซึ่งช่วยเชื่อมประสบการณ์ On-ground ไปสู่ Social Media ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

THRIVE — Wellness ต้องมองทั้ง Performance และ Recovery
คุณเอริทธิ์–ปาลวุฒิ พัวเวส, Co-Founder & Head of Operations, THE THRIVE CLUB กล่าวว่า
“เราออกแบบ Operational Flow ให้คนสามารถเดินทางจากการออกแรง ไปสู่ Mobility และ Recovery ได้อย่างต่อเนื่อง เพราะปัจจุบันคนจริงจังกับ Performance มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการฝึกหรือเตรียมตัวสำหรับการแข่งขัน แต่การฟื้นฟูและการเตรียมความพร้อมของร่างกายคือส่วนสำคัญของ Journey เช่นเดียวกัน”

พื้นที่ 1RM Bangna ทำหน้าที่เป็น Fitness Environment หลักของงาน ขณะที่ JASON เติมเต็มด้าน Activewear และผลิตภัณฑ์สำหรับการออกกำลังกาย และ Calories Killers เข้ามาเชื่อมองค์ประกอบด้านอาหารสุขภาพเข้ากับ Journey หลังการออกกำลังกาย

นอกจากนี้ยังมีพันธมิตรจากหลากหลายหมวดหมู่ทั้ง Wellness, Lifestyle และ Food & Beverage เข้ามาร่วมสร้าง Experience Ecosystem ภายในงาน
ROX & RESET จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการพัฒนา Event สู่ Community-driven Brand Experience ซึ่ง THE THRIVE CLUB วางเป้าหมายให้เป็นแพลตฟอร์มที่สามารถเชื่อม Consumer × Brand × Creator × Wellness Community เข้าด้วยกัน

MOVE · CONNECT · THRIVE
Move Better. Connect Better. Thrive in Life.


